การประเมินความรุนแรงผู้บาดเจ็บที่มีภาวะกระดูกหัก

102 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระความรู้

การประเมินความรุนแรงผู้บาดเจ็บที่มีภาวะกระดูกหัก

การประเมินความรุนแรงผู้บาดเจ็บที่มีภาวะกระดูกหัก

       จากบทความครั้งก่อนเรื่องการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่มีภาวะกระดูกหัก เราแบ่งชนิดของการหักของกระดูกเป็น 2 ชนิด คือ หักแบบเปิด และหักแบบปิด ซึ่งขอไม่กล่าวในบทความนี้ สิ่งที่หลายท่านสนใจและเกิดคำถามตามมาคือ แล้วกระดูกที่หักนั้นมีความรุนแรงแค่ไหน หากเราต้องการประเมินความรุนแรงของการหักในครั้งนั้นให้เราใช้เทคนิคการประเมินที่เรียกว่า " LAF "

Type of Fracture

" LAF " เป็นคำย่อที่เราจะนำมาใช้ทุกครั้งเพื่อประเมินความรุนแรงของการหักและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับอวัยวะข้างเคียง ซึ่งย่อมาจาก

" L " หมายถึง " LOOK " ให้ผู้ช่วยเหลือประเมินโดยการสำรวจหรือสังเกตอวัยวะส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บหรือหัก ว่าลักษณะอย่างไร เช่น ชนิดของการหัก การผิดรูป โค้งงอ การบวม ลักษณะของแผล มีเลือดไหลแบบ Active Bleeding หรือไม่ การเปรียบเทียบกับด้านที่ปกติ เป็นต้น

" A " หมายถึง " ASK " กรณีที่ผู้บาดเจ็บยังมีสติอยู่ ให้ผู้ช่วยเหลือสอบถามอาการโดยตรงกับผู้บาดเจ็บ เกี่ยวกับการเจ็บปวด ลักษณะของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงกับอวัยวะส่วนอื่นได้อีก

" F " หมายถึง " FEEL " สอบถามอาการเจ็บปวด ความรู้สึก อาการชา ซึ่งอาจหมายถึงระบบประสาทสั่งการส่วนนั้นได้รับการบาดเจ็บร่วมด้วย


   

     นอกจากการใช้เทคนิค LAF อย่างที่กล่าวมาแล้ว ท่านจำเป็นจะต้องมีการประเมินการบาดเจ็บของร่างกายอีกสองระบบ คือระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท ว่าทั้งสองระบบดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการหักของกระดูกด้วยหรือไม่ โดยการใช้ เทคนิคตัวย่อที่เรียกว่า " CSM "

" C " หมายถึง " Circulation " ผู้ช่วยเหลือตรวจเช็ค ระบบไหลเวียนโลหิตที่ไหลมาเลี้ยงอวัยวะส่วนปลาย ที่อยู่ต่ำกว่าส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บว่ายังมีเลือดไหลมาเลี้ยงพอหรือไม่ โดยเช็คได้สองวิธีดังนี้

  • เช็คที่เส้นเลือดแดงใหญ่ เช่นหากมีการหักของกระดูกบริเวณแขน ให้เช็คระบบการไหลเวียนโลหิตบริเวณ ข้อมือ (Radial Artery) บริเวณข้อพับแขน (Brachial Artery), กระดูกหักบริเวณขา ให้เช็ึึคบริเวณหลังเท้า ใกล้กับบริเวณข้อเท้า (Dorsalis pedis) , บริเวณข้อพับเข่า (Popliteal Artery) เป็นต้น หากคลำแล้วยังพบว่ามีการเต้นของชีพจรอยู่ แสดงว่ายังมีเลือดวิ่งมาเลี้ยงบริเวณส่วนปลายอยู่
  • เช็คบริเวณปลายเล็บ โดยการกด ที่ปลายเล็บของอวัยวะด้านที่ได้รับการบาดเจ็บ ซึ่งเมื่อกดสีเล็บบริเวณดังกล่าวจะซีดลง และให้ปล่อย สีของเล็บที่ถูกกดและปล่อย จะต้องกลับมาเป็นสีชมพูเช่นเดิมภายในเวลาประมาณ 2 วินาที หากสีชมพูกลับมาช้ากว่าเวลาที่กำหนด แสดงว่าระบบไหลเวียนโลหิตที่ส่งเลือดมาเลี้ยงอวัยวะส่วนปลายได้รับผลกระทบ
" S " หมายถึง " Sensation " เป็นการเช็คระบบประสาท การรับความรู้สึกของอวัยวะส่วนปลายที่อยู่ต่ำกว่าส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บ โดยการ สัมผัสเบาๆบริเวณ นิ้วมือ นิ้วเท้า และให้ผู้บาดเจ็บตอบ หากผู้บาดเจ็บไม่มีความรู้สึก รู้สึกลดลง หรือชาบริเวณดังกล่าว แสดงว่าระบบการรับรู้ส่วนนั้นเสียไป หรือถูกทำลาย

" M " หมายถึง " Movement " เป็นการเช็คการสั่งการของระบบประสาทที่ทำหน้าควบคุมอวัยวะส่วนปลายที่อยู่ต่ำกว่าส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บ โดยบอกให้ผู้บาดเจ็บลองกระดกข้อมือ ข้อเท้า ดู ถ้าไม่สามารถทำได้ตามปกติ อาจหมายถึงระบบประสาทได้รับผลกระทบหรือถูกทำลายนั่นเอง
 

     การประเมินระบบไหลเวียนโลหิตและระบบประสาท เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญอย่างมาก เพื่อให้ทราบความรุนแรงที่เกิดขึ้นอวัยวะที่หักและอวัยวะที่อยู่ข้างเคียง เป็นการประเมินความเร่งด่วนที่ต้องให้ความช่วยเหลือหรือเคลื่อนย้ายนำส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว หลังจากประเมินความรุนแรงของอวัยวะส่วนที่หักได้แล้ว ลำดับต่อไปที่นักปฐมพยาบาลต้องปฎิบัติต่อคือการทำให้ส่วนที่ได้รับการบาดเจ็บอยู่นิ่ง โดยการดาม ( Splint ) ซึ่งเป็นบทความที่ผมได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว


QR CODE ขอรับรายละเอียดหลักสูตรการอบรมเพิ่มเติม

 

Powered by MakeWebEasy.com