สารพิษ / การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ได้รับสารพิษ

96 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระความรู้

สารพิษ / การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ได้รับสารพิษ

การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ไ้ด้รับสารพิษ 


สารพิษคืออะไร?
สารพิษ คือ สารที่เข้าสู่ร่างกายและทำให้เกิดพิษนั่นเอง

สารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ 4 ทาง
  • ทางระบบทางเดินอาหาร อาจเกิดจากการเผลอรับประทานเข้าไป หรือจากความตั้งใจ
  • ทางระบบทางเดินหายใจ อาจเกิดจากสารระเหยที่รั่วไหลและระเหยออกมา
  • ทางระบบผิวหนัง จากการดูดซึมเข้าสู่ผิวหนัง
  • ทางการฉีด หรือถูกกัด / ต่อย
การออกฤทธิ์ของสารพิษ
  • ออกฤทธิ์กดประสาท รูม่านตาเล็กลง ปลุกไม่ตื่น หมดสติ
  • ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้เพ้อ หน้าแดง ตื่นเต้น ชีพจรเร็ว รูม่านตาขยาย
  • ออกฤทธิ์ กัดกร่อน และระคายเคือง เนื้อเยื่อของร่ายกายถูกทำลาย ปวดแสบ ปวดร้อน
อาการของผู้ที่ได้รับสารพิษ
  • อาการเล็กน้อย ตั้งแต่มีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดศรีษะ
  • อาการปานกลาง คลื่นไส้ อาเจียน น้ำมูก น้ำตาไหล กล้ามเนื้อสั่น เกร็ง
  • อาการรุนแรง ท้องเสีย หายใจลำบาก หมดสติ ระบบหายใจ/ระบบไหลเวียนโลหิตหยุดทำงาน
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้บาดเจ็บที่ได้รับสารพิษ
สามารถให้การปฐมพยาบาลได้ 3 วิธีหลักๆ แล้วแต่สถานการณ์ ดังนี้
  • โดยการขจัดสารพิษออกจากร่างกายโดยตรง
  • โดยการเจือจางสารพิษนั้นลง
  • โดยการใช้สารดูดซึมเข้าช่วย

สารพิษเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินอาหาร จะทำอย่างไร?
หากพบผู้บาดเจ็บได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินอาหาร คุณสามารถประยุกต์หลักการการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 3 ข้อด้านบนมาใช้ได้ทันที 
  • ขจัดสารพิษออกโดยการทำใ้ห้ อาเจียน ด้วยการล้วงคอ หรือทานไข่ดิบประมาณ 2-3ฟอง แต่ห้ามทำให้ผู้บาดเจ็บอาเจียนเด็ดขาด กรณีที่ทราบว่าสารพิษนั้นมีคุณสมบัติเป็นกรด-ด่าง เพราะ จะทำให้สารพิษย้อนกลับมากัดซ้ำรอบสอง
  • ทำให้สารพิษเจือจาง อาจให้ผู้บาดเจ็บดื่มน้ำ หรือนม อย่างน้อย 1-2 ลิตร แต่ห้ามใช้วิธีเจือจาง หากทราบว่าสารพิษดังกล่าวมีคุณสมบัติแตกตัวหรือทำปฏิกิริยากับน้ำ
  • การใช้สารดูดซึม ผู้บาดเจ็บที่อยู่ในโรงพยาบาล แพทย์อาจรักษาโดยการใช้สารดูดซึมเข้าช่วย เช่น Activate Charcoal หรือผงถ่าน แปรรูปเป็นผง ผสมกับน้ำให้ผู้บาดเจ็บรับประทาน

สารพิษเข้าสู่ร่างกายทางระบบทางเดินหายใจ จะทำอย่างไร?
     สิ่งที่ผู้เข้าช่วยเหลือต้องคำนึงเป็นอันดับแรกคือ ความปลอดภัยของผู้เข้าช่วยเอง หากผู้เข้าช่วยเหลืออยู่ในบริเวณที่ยังมีสารพิษรั่วไหลอยู่ ผู้เข้าช่วยต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันก่อนทุกครั้ง การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บให้เคลื่อนย้ายมาไว้ยังที่ที่ปลอดภัย อากาศถ่ายเทได้สะดวก และที่สำคัญต้องอยู่เหนือลม ดูแลรักษาตามอาการ ให้อ๊อกซิเจน (หากมี ) ให้ได้ทั้งชนิด canula และ mask

สารพิษดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง จะทำอย่างไร?
     การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่มีสารพิษที่ลักษณะเป็นผงฝุ่น เกาะตาม ผม ผิวหนัง เสื้อผ้า ต่างๆ ใช้หลักการปฐมพยาบาล 2 ข้อหลักด้านบนมาประยุกต์ใช้ได้โดยการขจัดออกและทำให้เจือจาง แต่ที่สำคัญต้องจำ Step หรือขั้นตอนในการช่วยเหลือให้ดี เพราะหากไม่ทำตามขั้นตอนอาจส่งผลให้ เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อผู้บาดเจ็บไ้ด้ การให้ความช่วยเหลือมีขั้นตอนดังนี้

  • ต้องถอดเสื้อผ้า ของผู้บาดเจ็บออกให้หมดก่อน เหตุผลเพราะสารพิษบางชนิดทำปฏิกิริยากับน้ำ หากคุณใช้น้ำฉีดเข้าไปทันที อาจส่งผลให้สารพิษแตกตัวและกัดกร่อนผิวหนังของผู้บาดเจ็บได้
  • ขั้นตอนที่ 2 ก็ยังไม่ใช้น้ำอีกเช่นกัน คุณต้องปัดสารเคมี ที่ติดอยู่ตามร่างกายของผู้บาดเจ็บออกให้ได้มากที่สุด 
  • ขั้นตอนที่ 3 ใช้น้ำจำนวนมากๆล้างทันที

การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บที่ได้รับสารพิษลักษณะเป็นของเหลวกระเด็นเข้าตา 
     ใช้หลักการทำให้สารพิษเจือจางลงเป็นหลัก ห้ามใช้วิธีการขจัดออกด้วยการเช็ดเด็ดขาด เพราะ อาจมีผลทำให้เนื้อเยื่อตา หลุดออกมา ให้ใช้วัสดุที่ดุดซึมได้ดีวางเบาๆบริเวณที่ได้รับสารพิษ

     การทำให้สารพิษเจือจางลงโดยการล้างตา แต่ต้องมีเทคนิคการล้างที่ถูกต้อง ไม่ใช้วิธีการล้างตาด้วยถ้วยล้างตาเด็ดขาด เพราะการล้างด้วยน้ำจำนวนน้อย อาจจะเป็นสาเหตุทำให้สารพิษนั้นแพร่กระจายมากขึ้น ไม่ควรใช้วิธีล้างตา ด้วยเครื่องล้างตาที่มีแรงดันน้ำสูงๆ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อตาบางส่วนหลุดได้

     การล้างตาที่ถูกต้อง บอกให้ผู้บาดเจ็บนอนตะแคงเอียงศีรษะและดวงตาด้านที่สัมผัสกับสารพิษลงล่าง เปิดเปลือกตาบน-ล่างของผู้บาดเจ็บ เทน้ำหรือน้ำยาล้างตาให้สัมผัสกับดั้งจมูกให้น้ำไหลผ่านดวงตาที่บาดเจ็บ ห้ามเทน้ำให้กระทบหรือสัมผัสกับดวงตาโดยตรง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อตาหลุดได้


ผู้บาดเจ็บที่ถูกวัสดุปักคาบริเวณดวงตา( เศษหินเจียร เศษเหล็ก เป็นต้น )
     ห้ามใช้วิธีการขจัดออกโดยการเขี่ยวัสดุเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เศษวัสดุฝังลึกลงไปอีก การรักษาดังกล่าวอยู่นอกเหนือความสามารถที่นักปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะทำได้ ให้เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาล แต่ขณะทำการเคลื่อนย้าย ต้องป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อดวงตาผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น โดยการปิดดวงตาที่ได้รับการบาดเจ็บ การปิดดวงตาที่ถูกต้อง ให้ใช้กรวยหรือแก้วปิดครอบไปที่ดวงตา ที่ได้รับการบาดเจ็บโดยไม่ให้โดนดวงตา และพันด้วยผ้ายืดหรือผ้าก๊อส การปิดตาต้องปิดทั้งสองข้าง เพราะหากปิดเฉพาะด้านที่บาดเจ็บ ตาด้านที่ปกติยังคงเคลื่อนไหวอยู่ จะส่งผลให้ตาด้านที่เจ็บเคลื่อนไหวตามไปด้วย ห้ามใช้แผ่นปิดตา ( Eye pad ) หรือผ้าปิดทับไปที่่ดวงตาเด็ดขาดเพราะจะทำให้เศษเหล็กฝังลึก ลงไปอีก

 
 
QR CODE ขอรับรายละเอียดหลักสูตรการอบรมเพิ่มเติม

Powered by MakeWebEasy.com